
จังหวัดน่าน นำคณะทดสอบเส้นทาง “ภูษาล้านนา” จังหวัดพะเยา วันที่ 2 เชื่อมโยงผืนผ้า ภูมิปัญญา และวิถีชุมชน สู่โอกาสพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพ
28 สิงหาคม 2569
การเดินทางวันที่ 2 ของเส้นทาง “ภูษาล้านนา” ยังคงพาออกเดินทางค้นหาเรื่องราวของผืนผ้าล้านนาตะวันออก โดยครั้งนี้ปักหมุดที่ จังหวัดพะเยา ดินแดนที่ผืนผ้าไม่ได้เป็นเพียงงานหัตถกรรม แต่คือเรื่องราวของผู้คน วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
จุดหมายแรกคือ กลุ่มทอผ้าบ้านฮวก ชุมชนชายแดนในอำเภอภูซาง สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนที่เชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมผ่านพื้นที่ชายแดน ก่อนเดินทางต่อไปยัง น้ำตกภูซาง น้ำตกอุ่นที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ สะท้อนเสน่ห์ของธรรมชาติที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวของชุมชนได้อย่างลงตัว
จากธรรมชาติสู่รากวัฒนธรรม คณะเดินทางแวะเยือน ศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อ วัดหย่วน เรียนรู้เรื่องเล่าของชุมชน สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทลื้อ พร้อมชมความงดงามของ ผ้าทอไทลื้อ ที่สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของคนในท้องถิ่นผ่านลวดลาย สีสัน และฝีมือการทอที่สืบทอดกันมา
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ อำเภอดอกคำใต้ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของผืนผ้าที่เกิดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรม เมื่อภูมิปัญญา อีสานและล้านนา มาพบกัน จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ กลุ่มทอผ้าบ้านใหม่ราษฎร์บำรุง ที่นี่ผู้ร่วมเดินทางได้เรียนรู้เบื้องหลังของผืนผ้า ตั้งแต่เรื่องราวของชุมชน ภูมิปัญญาการทอ ไปจนถึงการได้ ทดลองลงมือทอผ้าด้วยตนเอง
เพราะเสน่ห์ของ “ภูษาล้านนา” ไม่ได้อยู่เพียงการพาชมผืนผ้าสวย ๆ แต่คือการ พาไปสัมผัสประสบการณ์จริง ได้พูดคุยกับคนในชุมชน ได้ฟังเรื่องราวจากเจ้าของภูมิปัญญา และได้เข้าใจว่าผืนผ้าแต่ละผืนมีเรื่องราวของผู้คนและพื้นที่ซ่อนอยู่
ปิดท้ายการเดินทางด้วยการร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองจากการทดสอบเส้นทาง เพื่อค้นหาแนวทางในการเชื่อมโยง “ผ้า–คน–วัฒนธรรม–ธรรมชาติ” ให้กลายเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า และต่อยอดสู่เส้นทาง “ภูษาล้านนา” ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสเรื่องราวของล้านนาตะวันออกได้อย่างลึกซึ้ง
เพราะทุกผืนผ้ามีเรื่องเล่า และทุกชุมชนมีเสน่ห์ที่รอให้เราออกเดินทางไปค้นพบ
การทดสอบเส้นทางครั้งนี้ดำเนินการภายใต้ โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยมุ่งหวังให้เกิดการเชื่อมโยงแหล่งผลิตแพรพรรณและผ้าทอของกลุ่มจังหวัด สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ และเพิ่มโอกาสในการนำทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนมาต่อยอดสู่ การท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน