ข่าวประชาสัมพันธ์

@น่าน : นายไพบูลย์ บูรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ติดตาม และสนับสนุน การดำเนินงานพัฒนาชุมชนในพื้นที่จังหวัดน่าน

@น่าน : นายไพบูลย์ บูรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ติดตาม และสนับสนุน การดำเนินงานพัฒนาชุมชนในพื้นที่จังหวัดน่าน

@น่านนคร…
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 นายไพบูลย์ บูรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 3 และ 16 ประชุมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดเพื่อตรวจติดตาม และสนับสนุน การดำเนินงานพัฒนาชุมชนในพื้นที่จังหวัดน่าน
นายชำนาญ บุดาสา พัฒนาการจังหวัดน่าน ได้รายงานผลการดำเนินงานตามประเด็นการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ดังนี้
1. การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ
-การติดตามสนับสนุนการดำเนินงานของ คสป. และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด
จังหวัดน่านติดตามผลการดำเนินงานของ คสป. และบริษัทประชารัฐรักสามัคคีน่าน ฯ โดยในการประชุม คสป. ทุกครั้ง หน่วยงาน ที่เป็นเจ้าภาพหลักในงาน 12 คณะ (D1-D6,E1-E6) และบริษัทประชารัฐรักสามัคคี ฯ จักต้องรายงานผลการขับเคลื่อนงานตามนโยบายสานพลังประชารัฐ ต่อที่ประชุม คสป.เพื่อทราบในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ดำเนินการประชุม คสป. แล้ว 2 ครั้ง ประชุมทีมปฏิบัติการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดน่าน (คณะทำงานที่ คสป.ตั้งขึ้น) จำนวน 1 ครั้ง
-การดำเนินกิจการศูนย์ OTOP (เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ) ของบริษัทประชารัฐรักสามัคคีน่าน ฯ ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนสะสม ณ 31 ม.ค. 63 จำนวน 2,058,936.44 บาทบริษัท ฯ สนับสนุนผลิตภัณฑ์พืชผักปลอดภัยของกลุ่มเกษตรกรที่ทำเกษตรปลอดภัย จำนวน 12 ราย/กลุ่ม โดยนำวางจำหน่าย ณ NAN Farm Outlet ในศูนย์ OTOP ตั้งแต่เดือน ก.ย. 62 มียอดจำหน่าย สะสมแล้วจำนวน 40,030.98 บาท
2. โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนท้องถิ่น ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
จังหวัดได้ดำเนินการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดน่านและระดับอำเภอเรียบร้อยแล้ว และให้อำเภอดำเนินการจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตำบล โดยมีผลความก้าวหน้า การขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดน่าน ด้านความมั่นคงด้านอาหาร ได้แก่ การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้, ถนนกินได้ ด้านสร้างสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน ได้แก่ การคัดแยกขยะในครัวเรือน, การทำปุ๋ยหมัก การทำแนวกันไฟ การปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่นในชุมชน ด้านการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ได้แก่ ส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย, จิตอาสาทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ การเข้าวัดฟังธรรม และปฏิบัติศาสนกิจทางศาสนาทุกวันสำคัญ
โดยมีครัวเรือนที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 49,487 ครัวเรือน จากครัวเรือนทั้งสิ้น 53,411 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 92.65
3. กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
-สรุปหนี้ค้างชำระโครงการเงินทุนหมุนเวียน ณ วันที่ 30 มกราคม 2563 ปีงบประมาณ 2556-2562 รวมหนี้ค้างชำระ 134 โครงการ จำนวนเงินต้น 7,478,054.03 บาท โดยมีขั้นตอนการบริหารจัดการหนี้ดังนี้ จังหวัดมีการดำเนินการจัดทำหนังสือเตือนการชำระหนี้ ส่งไปรษณีย์ แบบลงทะเบียนตอบรับ ให้สมาชิกผู้กู้ทุกคนพร้อมจัดส่งทะเบียน การจัดส่งจดหมายถึงลูกหนี้ จัดทำหนังสือเตือนการชำระหนี้ ให้สำนักงานเลขานุการ อกส.อ.ทุกอำเภอทราบ จังหวัดและอำเภอลงพื้นที่ติดตามกลุ่มที่ค้างชำระหนี้ทุกกลุ่ม
-การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สมาชิกกองทุนฯ ตามประกาศ หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกำหนดโดยจังหวัดแจ้งประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยผิดนัดกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พ.ศ. 2563 ให้สำนักงานเลขานุการ อกส.อ.ทุกอำเภอ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้รายใหม่ ลูกหนี้รายเดิมไม่ผัดนัดชำระหนี้ ลูกหนี้รายเดิมผิดนัดชำระหนี้ และสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทุกคนได้รับทราบ จัดทำ ฐานข้อมูลหนี้ค้างชำระ เงินทุนหมุนเวียน ณ วันที่ 30 มกราคม 2563 ปีงบประมาณ 2556-2562 จัดทำแบบแสดงความประสงค์ขอลดอัตราดอกเบี้ยผิดนัด แบบปรับโครงสร้างหนี้ และแบบรายงาน ให้อำเภอรายงานจังหวัดทราบ ทุกวันที่ 5 ของทุกเดือน
4.โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)
จังหวัดน่านมีจำนวนหมู่บ้าน กข.คจ. 571 หมู่บ้านจำนวนเงินทุนโครงการ กข.คจ. ทั้งหมด 204,032,922.14 บาทจำนวนเงินทุนที่ยืมเงินแล้ว 17,221 ครัวเรือน 189,079,451.28 บาท จำนวนเงินฝากธนาคาร 4,650,077.8 บาท การจัดระดับการพัฒนากิจกรรมหมู่บ้าน กข.คจ. ระดับ 1 จำนวน 62 หมู่บ้าน ระดับ 2 จำนวน 245 หมู่บ้าน และระดับ 3 จำนวน 264 หมู่บ้าน
5.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตการประเมินศักยภาพ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตามหลักธรรมาภิบาล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของจังหวัดน่าน ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2562 มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จำนวน 322 กลุ่ม มีจำนวนสมาชิกฯ จำนวน 46,760 คน มีเงินสัจจะสะสม จำนวน 410,176,603 บาท
6.การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการกรมการพัฒนาชุมชน และแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปี พ.ศ.2563
กรมการพัฒนาชุมชนได้แจ้งปรับทะเบียนการจัดสรรงบประมาณฯ ให้จังหวัดน่านดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในไตรมาส 2 จากเดิม งบประมาณ 13,316,100 บาท จำนวน 29 กิจกรรม ปรับเป็น 12,527,000 บาท จำนวน 23 กิจกรรม (ลดลง 789,100 บาท) จังหวัดดำเนินกิจกรรมแล้วเสร็จ จำนวน 6 กิจกรรม งบประมาณ 441,000 บาท (คิดเป็นร้อยละ 3.52 ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร)

นายไพบูลย์ บูรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ได้กล่าวเน้นย้ำถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่จังหวัดน่าน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาชุมชนว่า ในเรื่องการพัฒนางานให้พัฒนาพื้นที่แบบองค์รวม คิดเชิงระบบ มองปัญหาต้นทางกลางทางปลายทางเป็นแนวทางเดียวกัน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติดิน น้ำและป่าไม้ ให้ทำแบบองค์รวม การเผาป่า ให้ช่วยดูแลกันอย่างจริงจัง ร่วมด้วยช่วยกัน ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ การพัฒนา OTOP เน้นการพัฒนาผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมช่องทางการตลาด การขายของออนไลน์ เว็บไซต์ platform ต่างๆ เพิ่มความหลากหลายของสินค้าเพื่อให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือก
ข้อสั่งการของอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนเน้นย้ำ ให้จังหวัดนำไปปฏิบัติ ได้แก่การปลูกพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ ให้ปลูกหน้าบ้าน ถนนสายสำคัญ เส้นทางการท่องเที่ยว ขอให้ทำอย่างจริงจังให้เห็นเป็นตัวอย่าง ประชาสัมพันธ์ด้วยงานและทำอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือหมู่บ้านเป้าหมายควรส่งเสริมให้ทำด้วย การแต่งผ้าไทยให้ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ด้วยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มยอดรายได้กลุ่ม OTOP การให้ความสำคัญกับภาคีการพัฒนาในการบูรณาการการทำงาน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ การดำเนินงานในสื่อต่างๆ โครงการโคกหนองนาโมเดลการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้พัฒนาชุมชนจังหวัดสรุปข้อมูลนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำเรื่องเข้าประชุม หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและนายอำเภอ เพื่อให้ช่วยรณรงค์ให้ประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมขับเคลื่อนกันอย่างจริงจัง การประสานความร่วมมือ ครัวเรือนต้นแบบคุณกุล ปัญญาวงค์ เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ให้ศึกษารูปแบบแนวทางในการเชิญเป็นวิทยากรหรือเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือประชาชนเข้าไปเรียนรู้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ครัวต้นแบบ เมื่อผ่านการอบรมจากศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนแล้ว ให้เชื่อมต่องาน แจ้งให้พัฒนาการอำเภอและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ลงพื้นที่เยี่ยมครัวเรือนต้นแบบชวนพูดคุยว่าต้นทุนครัวเรือนมีอะไรบ้างและจะพัฒนาต่อไปอย่างไรในการยกระดับจากระดับ C เป็นระดับฺBหรือระดับ B เป็นระดับ A อย่ายึดติดกับกิจกรรม ที่สนับสนุนเท่านั้นและไม่ควรใช้วิธีการสั่งการ
นอกจากนี้นายไพบูลย์ บูรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรมฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะและแนวทางการดำเนินงานดังนี้
1.การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ให้จังหวัดสร้างความเข้าใจกับบริษัทประชารัฐ รักสามัคคีจังหวัดในแนวทางการดำเนินกิจการ ของบริษัทว่ามีแนวทางที่เหมาะสมอย่างไร สิ่งสำคัญคือต้องมีการสร้างรายได้เพื่อให้เกิดกำไรเพื่อนำกลับมาดูแล บริษัทให้สามารถนำมาดูแลกิจการและนำไปพัฒนากลุ่มเป้าหมาย โดยการลงไปทำงานพัฒนากลุ่มเป้าหมายสิ่งสำคัญคือต้องมีแผนธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินกิจการของกลุ่มเป้าหมายให้เกิดความมั่นคง และสามารถเป็นตัวอย่าง ในการขยายผลเพื่อนำไปเป็นต้นแบบการดำเนินงานต่อไป
2.โครงการพัฒนาหมู่บ้านชุมชนท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้จังหวัดสร้างทีมในการช่วยสร้าง ความเข้าใจกับอำเภอในการสร้างทีมขับเคลื่อนระดับอำเภอและระดับตำบล โดยให้มีการแสวงหาเครือข่าย เข้ามาร่วมทำงานเช่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นต้น เพื่อช่วยให้การดำเนินงานในพื้นที่มีความสะดวกเพราะมีทรัพยากรบุคคลและงบประมาณในการทำงานเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่โดยให้มีการส่งเสริมให้มีการปลูกผักริมรั้วเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงด้านอาหารเพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถเริ่มต้นได้ง่ายและเห็นได้ผลได้อย่างรวดเร็ว
3.กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้จังหวัดมีการจัดเตรียมข้อมูลของลูกหนี้ทุกประเภทเพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องหลังจากที่กรมฯมีนโยบายลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงเพื่อ ลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ให้จังหวัดมีการกำชับอำเภอ ในการดำเนินงานของปีงบประมาณ พ. ศ. 2563 โดยต้องยึดหลักการบริหารสัญญาบริหารโครงการและบริหารหนี้เพื่อให้การดำเนินงานครบทุกกระบวนการและลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
4. โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน(กข.คจ.) ให้จังหวัดจัดทีมในการช่วยอำเภอในการลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาของโครงการที่อยู่ในระดับหนึ่งเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา และเน้นย้ำให้อำเภอลงไปเยี่ยมทุกหมู่บ้านเพื่อเป็นการป้องกันและเพื่อเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นกับโครงการต่อไป
5. กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตให้จังหวัดสร้างความเข้าใจกับ อำเภอ และเน้นย้ำให้มีการลงไปเยี่ยมเพื่อตรวจสอบว่า กลุ่มออมทรัพย์ว่าดำเนินการไปในแนวทางที่กรมฯให้ไว้และเพื่อเป็นการสร้างธรรมาภิบาลให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์ฯต่อไป

(Visited 1 times, 1 visits today)